<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 06:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่สกปรกจริงทำไม่ได้ กะโหนราชวิทยาลัยฯด่ารัฐบาล แต่โดนจับโกหกตัวแทนนำเข้าวัคซีนจนหน้าแหก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - กรณีโลกโซเชียลเผยแพร่จดหมายจาก บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด อ้างว่าส่งถึง ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เรื่องการเสนอขายวัคซีนต้านโควิด-19 ยี่ห้อ SINOPHARM จากบริษัท TELLUS AGROTECH PRIVATE LIMITED จำนวน 20 ล้านโดส ซึ่งศ.นพ.นิธิ ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้วนั้น ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนแรกกะโหนหน่วยงานของสถาบันฯ มาด่ารัฐบาล แต่พอ ผ.อ.หน่วยงานของสถาบันฯ ออกมาจับโกหกเรื่องเป็นตัวแทนนำเข้าวัคซีน จนหน้าแหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้รีบแก้เกมส์โดยออกมาบอกว่า เรื่องนี้มี &amp;quot;ตอใหญ่ พูดต่ออาจถึงชีวิต&amp;quot; จากนั้นก็บอกขอไม่พูดแล้ว เพื่อให้มวลชนของตนเข้าใจไปว่าสถาบันฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และกีดกันวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไม่สกปรกจริงทำไม่ได้แบบนี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เกลียดและวิจารณ์รัฐบาลก็ทำไปเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#แต่อย่ามาเล่นการเมืองสกปรกแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น ดร.กิตติธัช โพสต์ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปประเด็นจริงๆ ของเรื่องมันอยู่ที่ว่า...
ตอนนี้เป็นภาวะฉุกเฉิน บริษัทวัคซีนจะดีลโดยตรงกับรัฐบาลหรือตัวแทนรัฐบาลเท่านั้น (บางบริษัทไม่ดีลแม้แต่กับรัฐบาลท้องถิ่นด้วย ต้องเอารัฐบาลกลางอย่างเดียวเลยเช่น Pfizer)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ก็มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้าหนึ่งที่มีครอบครัวเป็นหมอใหญ่ ออกมาติดต่อเพื่ออยากจะนำเข้าวัคซีน จำนวน 20 ล้านโดส โดยบอกว่ารู้จักกับบริษัทในสิงคโปร์ที่มีวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทนี้ก็อ้างว่าไปขอติดต่อกับรัฐบาลเพื่อจะได้สิทธิในการนำเข้าวัคซีน (ซึ่งติดต่อจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เขาอ้างว่าได้ขอติดต่อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: เมื่อสักครู๋โฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า การเจรจาติดต่อเรื่องการนำเข้าวัคซีนสามารถติดต่อผ่านทางองค์การเภสัชกรรม หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้โดยตรงในเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องมาติดต่อขอเข้าพบนายกฯ ดังที่อ้าง
---------------------
ประเด็นคือ บริษัทอสังหาฯ ดังกล่าวเขาไม่ทราบว่าบริษัทต้นทางเขาจะติดต่อกับรัฐบาลเท่านั้นเพราะการนำเข้าวัคซีนในภาวะฉุกเฉินมันต้องติดต่อต้องให้บริษัทวัคซีนออก Dossier (รายละเอียดรายการประกอบยาและการผลิต ) จากบริษัทเจ้าของเพื่อมาใช้ขอใบอนุญาตจาก อ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/940520&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาคิดว่าเขารุ้จักคนนู้นคนนี้ในสิงคโปร์ แล้วจะเอาวัคซีนเข้ามาได้เลย (น่าจะออกจาก Twitter หรือ CH มาเสพข่าวบ้างนะครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอบริษัทที่ว่านี้ไม่ได้รับ Dossier จากผู้ผลิตวัคซีนก็นำเข้ามาไม่ได้ แต่เป็นอีกบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้มาขึ้นทะเบียนกับ อ.ย.แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทที่อยากนำเข้า(มาจากบริษัทอื่นในสิงคโปร์) 20 ล้านโดสก็ไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วก็ไปบอกต่อสถาปนิกดังที่เคลื่อนไหวอยู่กับนักการเมืองฝ่ายค้าน เพื่อจะได้เอาประเด็นนี้มาโจมตีภาครัฐต่อ ก็เท่านั้นเองครับ
---------------------
ส่วนคำตอบของคุณหมอ นิธิ ก็ชัดแล้วนะครับ #คงไม่ได้พบผมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*** คำตอบ 5 ข้อของคุณหมอ นิธิ คือที่สุดที่รัฐบาลนี้ควรอธิบายให้ได้แบบนี้ แต่ไม่สามารถทำได้ จนคุณหมอออกมาอธิบายสั้นๆ และจบเลย ทีนี้ใครจะมาอ้างว่า &amp;quot;ทำไมไม่เปิดให้เอกชนนำเข้า&amp;quot; น่าจะพิจารณาตัวได้แล้วนะครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ดร.  กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ตัวแทนนำเข้าวัคซีน, บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d2c9653704.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.กิตติธัช&#039;ชี้สาเหตุทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว4ทุ่มถึงตี 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith&amp;nbsp; ภายหลังรัฐบาลประกาศคอร์ฟิวสะกัดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุของการประกาศเคอร์ฟิว 4 ทุ่มถึงตี 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันอยู่ในสิ่งที่ปรากฎก่อนหน้านี้แล้วครับ ว่าแม้จะมีการขอความร่วมมือให้อยู่บ้านและไม่ออกมาแพร่เชื้อ แต่ก็ยังมีคนที่ออกมาเที่ยวกลางคืนมากมาย โดยไม่สนใจสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพวกเขาก็ไม่สนด้วยว่าผับจะปิดหรือไม่ เพราะพวกเขาสามารถมารวมตัวกันปาร์ตี้ได้ในทุกสถานที่ และไม่มีการป้องกันตัวที่ดีด้วย อันนี้แหละครับที่น่ากลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือ มันเกิดขึ้นทั่วประเทศครับ ไม่ว่าจะภาคกลาง เหนือ ใต้ ตะวันออก มีครบหมด และมีผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนจากกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือสาเหตุว่าทำไมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 7 รายซึ่งเป็นที่ปรึกษานายรัฐมนตรี ถึงแนะนำให้รัฐบาลออกมาตรการเคอร์ฟิวดังกล่าว!
&amp;nbsp;----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 18 มีนาคม 2563 : นศ.ม.ดัง ไม่แคร์ โควิด ระบาด วิจารณ์สนั่นเรียนออนไลน์ แต่ผับแน่นเอี๊ยด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3773423&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 22 มีนาคม 2563 : สุดอึ้ง วัยรุ่นไม่หวั่นโควิด-19 ผับ-ห้าง ถูกสั่งปิด ย้ายมานั่งชิลริมหาดวอน บางแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.sanook.com/news/8059966/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 28 มีนาคม 2563 : หนุ่มสายปาร์ตี้ป่วยโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ไปเที่ยวผับ-ตลาดนัด สูบบุหรี่ร่วมกับเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.sanook.com/news/8065402/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 31 มีนาคม 2563 : 25 วัยรุ่นไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-โควิด เช่าแพริมแม่น้ำเจ้าพระยาปาร์ตี้ยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_2107228&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.  กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ทีมแพทย์มือหนึ่งของไทย, ประกาศเคอร์ฟิว, สะกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c58a474ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หวั่นจีนโกรธเคืองไทย!&#039;ดร.กิตติธัช&#039;แนะรัฐบาลประกาศจุดยืนไม่เกี่ยวข้อง&#039;ธนาธร&#039;สมคบ&#039;โจ ชัว หว่อง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ต.ค.62-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมืองโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kittitouch Chaiprasith&amp;nbsp; มีข้อความดังนี้
สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศหรือ
โฆษกรัฐบาลไทยควรทำในเวลานี้
-----------------------
หลังจากที่นักการเมืองไทยคนหนึ่ง (ซึ่งทุกคนทราบกันว่าหมายถึงธนาธร) ไปแสดงท่าทีสนับสนุนม็อบแบ่งแยกดินแดนในฮ่องกง
จนสถานทูตจีนในประเทศไทยออกแถลงการประนามอย่างรุนแรงว่า &amp;quot;เป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ&amp;quot;
https://www.facebook.com/ChineseEmbassyinBangkok/posts/2534063723307084
---------------------
ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สิ่งที่รัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศควรรีบทำมากที่สุด ก็คือการประกาศจุดยืนเพื่อทำความเข้าใจต่อ &amp;quot;ประชาชนและบริษัทจีน&amp;quot;
เพื่อให้คนจีนทั่วไปให้เข้าใจว่าประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นเพียงจุดยืนของนักการเมืองคนหนึ่งและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองบางกลุ่มเท่านั้น
มิเช่นนั้นคนจีนอาจโกรธเคืองและเหมารวมด้วยความไม่รู้ข้อมูล จนสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์และธุรกิจระหว่างไทย-จีน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ในช่วงไฮซีซั่น
-------------------------
*** ทั้งนี้เป้าหมายหลักของแถลงการณ์ ไม่ใช่ทำความเข้าใจกับรัฐบาลจีน เพราะในระดับรัฐบาลจีนเอง เขาทราบข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร ใครทำอะไรมา มีกลุ่มประเทศไหนสนับสนุน
*** แต่รัฐบาลไทยมีหน้าที่แถลงการณ์เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนจีนที่อาจไม่พอใจ และ เกิดการเหมารวมจนทำให้ประเทศไทยและคนไทยจำนวนนับแสน/ล้าน ได้รับความเสียหายจากการกระทำอันไร้ความรับผิดชอบของนักการเมืองคนหนึ่ง
#การบริหารข้อมูลข่าวสารและความรู้สึกของมวลชนในยุคโลกาภิวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสัมพันธ์ไทยจีน, ดร.  กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ธนาธร-โจ ชัว หว่อง, แบ่งแยกฮ่องกงออกจากจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c58a474ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากอนาคตใหม่สู่อนาคตไหม้???</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครคิดจะประกาศจัดตั้งรัฐบาลตามมาตรฐานเสียง ส.ส. หรือเสียงป๊อปปูลาร์ โหวต...ก็คงต้องปล่อยให้เพ้อๆ ไปตามประสาพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง หรือแม่เจ้าประคุณรุนหม้อ กันตามเรื่อง ตามราว อย่าไปหยิบมาเป็นปัญหา ให้ต้องปวดเศียร เวียนเกล้า หรือต้องเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว โดยใช่เหตุ เพราะอย่างที่ ป๋าเปลว สีเงิน ท่านได้แจกแจงขั้นตอน รายละเอียด เป็นฉากๆ ไปแล้วนั่นแหละว่า มันคงต้องอาศัยช่วงเวลา การชิงจังหวะ ชิงไหว-ชิงพริบกันอีกเยอะ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือหลังจากชิงไป-ชิงมา...ต่างฝ่ายต่างมีเสียง ปริ่มน้ำ ไปด้วยกันทั้งคู่ ก็คงต้องถือเป็นแค่ ปัญหาทางเทคนิค อีกนั่นแหละ และโดย ธรรมชาติทางการเมือง มันยังเหลือทางออก ทางไป อีกไม่รู้กี่ช่อง กี่ทาง ยิ่งถ้าหากไม่มีฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสียง พ้นน้ำ ขึ้นมาได้แบบจริงๆ จังๆ ก็ยิ่งเท่ากับทำให้ รัฐบาล คสช. ซึ่งมี บิ๊กตู่ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แถมยังมี มาตราฉี่ฉิบฉี่ เอาไว้ในมืออีกต่างหาก สามารถอยู่ยาวว์ว์ว์ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น ด้วยเหตุนี้...อย่าถึงกับต้องไปปวดเศียร เวียนเกล้า อะไรมากมายนัก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ควรหยิบมาเป็นปัญหา หรือเป็น โจทย์ใหญ่ของสังคมไทยในวันนี้ ดังที่อาจารย์ หรือนักวิชาการอิสระท่านหนึ่ง ผู้มีนามกรว่า Kittitouch Chaiprasith หรือ ดร.&amp;nbsp; กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ อาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมและปรัชญาการเมือง ท่านได้โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กของท่าน และเว็บไซต์ ไทยโพสต์ เขาไปหยิบเอามาเป็นข่าวไปเมื่อวัน-สองวันนี้ โดยตั้งเป็นประเด็นเอาไว้ซะยืดยาวว่าด้วย การแบ่งแยกให้เกิดสงครามระหว่างวัย และการสร้างความชิงชังระหว่างคนไทย ความสำเร็จอันหนึ่งในการหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่และเครือข่ายของพวกเขา อันนี้นี่แหละ...ที่น่าสนใจ และน่าคิด น่าสะกิดใจเอามากๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือแม้ว่า คนแก่ อย่าง ท่านขุนน้อย จะไม่ค่อยมีโอกาสรับรู้เรื่องราว ความเป็นไปในโลก โซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; มากมายซักเท่าไหร่ แต่โดยบรรยากาศที่ ดร. กิตติธัช&amp;nbsp; ท่านถึงกับสรุปเอาไว้ประมาณว่า สงครามระหว่างวัยครั้งนี้รุนแรงมาก ชนิดไม่เคยเกิดมาก่อนในประเทศไทย&amp;nbsp; ดูๆ แล้ว...มันก็พอมีหลักฐาน ข้อพิสูจน์ ที่ออกจะมีน้ำหนักอยู่พอสมควร ไม่ว่าจากกรณีที่คนแก่หลายต่อหลายรายส่งเสียงโอดครวญกันไปเป็นแถบๆ ถึงการถูกแจกกล้วย แจกซังข้าวโพด โดยบรรดาเด็กรุ่นใหม่ที่ เกิดการรวมตัว ตามเข้าไปถล่มตามเพจต่างๆ ด้วยลักษณะอาการหยาบช้า กักขฬะ ต่อใครก็ตามที่ไม่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; ดังที่ ดร. กิตติธัช ท่านว่าไว้ หรือดังที่ ดร.อีกรายหนึ่ง อย่าง ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ถึงกับ ไปไม่เป็น มาก่อนหน้านี้ จนนำมาซึ่งคะแนนเสียง คะแนนนิยมระดับ 7 ล้าน 8 ล้าน ของพรรคการเมืองพรรคนี้ แบบเต็มเม็ด เต็มสูบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...ความขัดแย้งที่ก่อให้เกิด ปัญหา สำหรับสังคมไทยมาโดยตลอดนับทศวรรษๆ ที่ผ่านมา คือความขัดแย้งระหว่าง เหลืองกับแดง นอกจากยังไม่ได้หมดไป หรือไม่ได้คลายๆ จางๆ ลงไปอย่างเท่าที่ควรจะเป็น จากการเลือกตั้งครั้งนี้ กลับก่อให้เกิดความขัดแย้งในรูปใหม่ ระหว่าง ไดโนเสาร์กับกะปอม หรือระหว่าง คนรุ่นเก่า กับ คนรุ่นใหม่ ระดับที่สามารถมองเห็นได้ชัด จนอาจารย์ นักวิชาการ อย่าง ดร. กิตติธัช ท่านถึงกับถือเป็น โจทย์ใหญ่ของสังคมไทย ไปเลยถึงขั้นนั้น และก็คงไม่ได้ถือเป็นการมองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป เพราะความขัดแย้งในลักษณะที่ว่า มันเป็นสิ่งที่สามารถอุบัติขึ้นมาได้เสมอๆ ในแทบทุกๆ สังคมนั่นแหละ แม้แต่ สังคมไทย ของเราเอง ความขัดแย้งดังกล่าวก็ไม่ได้ถือเป็น เรื่องใหม่ แต่เคยปรากฏให้เห็นมาแล้วก่อนหน้านี้ ชนิดสามารถย้อนหลังกลับไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้วโน่นเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือความขัดแย้งระหว่างคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดออกไปทาง ฝ่ายซ้าย หรือออกจะนิยมชมชอบ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับคนรุ่นเก่าที่มีแนวคิดออกไปทาง ฝ่ายขวา หรือฝ่ายอนุรักษ์ฯ เมื่อช่วงระหว่างปี พ.ศ.2519 หรือช่วงระยะที่ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งมีอิทธิพลไม่น้อยต่อพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ยังถูกครอบงำด้วยบรรดาผู้นำที่มีแนวคิดแบบ สุดโต่ง โดยมีบรรดาพวก Red Guard หรือพวก ยุวชนแดง ทั้งหลายเป็นเครื่องมือ และจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ภายใต้ประวัติศาสตร์การเมืองช่วงนี้ จึงทำให้ สงครามระหว่างวัย ที่มีแนวคิดทางการเมืองเข้ามาเป็นตัวสอดแทรก มันจึงจบลงด้วย โศกนาฏกรรม อันสุดแสนขนลุก ขนพอง น่าสยองขวัญเอามากๆ นั่นคือ โศกนาฏกรรม 6 ตุลาคม 2519...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุเพราะไม่ว่า ฝ่ายซ้าย หรือ ฝ่ายขวา ต่างพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากความ สุดโต่ง ของพวกเด็กๆด้วยกันทั้งสิ้น ขณะที่พวกฝ่ายขวาเกิดอาการเปรี้ยวมือ เปรี้ยวตีน พร้อมที่กระทืบพวกเด็กๆ ได้ทุกเมื่อ พวกฝ่ายซ้ายก็พร้อมที่จะยุพวกเด็กๆ ให้ กวนตีน ให้มากๆ เข้าไว้ เพราะถ้าเกิดการปะทะขั้นแตกหักขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสที่ยุวชนแดง ทั้งหลาย จะต้อง หนีเข้าป่า หรือหนีไปซบตักพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อันจะส่งผลให้พรรคการเมืองใต้ดินพรรคนี้ มีโอกาสมาแรง แซงโค้ง ไม่น้อยไปกว่า พรรคอนาคตใหม่ ในปัจจุบันนั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...ไม่ว่า ยุวชนส้ม หรือ Orange Guard ที่ออกอาการ หยาบช้า-กักขฬะ ดังที่ ดร. กิตติธัช ท่านว่าไว้...จะสามารถก่อให้เกิด อนาคตใหม่ สำหรับสังคมไทยวันข้างหน้าหรือไม่ อย่างไร ก็ตาม แต่การเปิดฉาก สงครามระหว่างวัย จะด้วยเหตุเพราะความเกรียน ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเพราะถูกยุ ถูกเชียร์ โดยพวกผู้ใหญ่ที่หวังใช้เด็กๆ เป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงกลายเป็น โจทย์ใหญ่ของสังคมไทย ดังที่ ดร. กิตติธัช ท่านตั้งไว้เป็นประเด็นขึ้นมาแล้วจริงๆ ชนิดไม่ว่าใครก็เถอะ...ถ้าไม่อยากจะเห็น โศกนาฏกรรม อันสุดแสนสยดสยอง หวนกลับมาสู่สังคมไทยอีกครั้ง คงต้องหาทางช่วยรั้งๆ พวกเด็กๆ เหล่านี้ไว้มั่ง แม้แต่ผู้ได้รับการสนับสนุนจากเด็กๆ อย่าง พรรคอนาคตใหม่ ก็ตาม ถ้ายังหลงเหลือผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ผู้ที่พอมีวุฒิภาวะอยู่ภายในกลุ่มก้อนองค์กรของตัวเอง ก็อย่าถึงกับต้องนำพาเด็กๆ และนำพาประเทศไทยไปสู่ อนาคตไหม้ &amp;nbsp;ต่อไปอีกเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก English proverb... Knowledge makes humble; ignorance makes proud.- ความรู้ก่อให้เกิดความอ่อนน้อม อวิชชาก่อให้เกิดความยโส...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32462</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ดร.  กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
